5 วิธีเลือกรถเข็นผู้ป่วย (Wheelchair)ให้ดีและปลอดภัย
- Admin
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

รถเข็นผู้ป่วย หรือวีลแชร์ (Wheelchair) บางครั้งเรียกว่าเก้าอี้ล้อเข็น กลายเป็นของที่คุ้นตาคนไทยมากขึ้นทุกวัน ๆ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญต่อผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้จำกัด ไม่เพียงแต่คนพิการเท่านั้น รวมถึงคนชรา คนที่ขาหัก ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา การนั่งรถเข็นก็สามารถนั่งรถเข็นได้ ปัจจุบันห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่มีรถเข็นไว้ให้บริการกันแล้ว หลายๆ คนเองคงกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อรถเข็นแบบไหนดีไว้ติดบ้าน ไม่ต่างอะไรจากการเลือกซื้อรถยนต์ ต้องเลือกรถที่มีคุณภาพดี สเปกเหมาะสม และถูกใจผู้ใช้งาน
บทความนี้ แอดมินจะมานำเสนอ 5 ปัจจัยที่มือใหม่เลือกวีลแชร์ควรพิจารณาค่ะ
ขนาดเบาะของรถเข็น (Wheelchair) ด่านแรกของการเลือกซื้อ
เมื่อเราเปิดใบปลิว สเปกแรกของรถเข็นผู้ป่วยที่เราเห็นคือความกว้างของเบาะ ความกว้างของเบาะเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของรถเข็น หากเลือกใช้รถเข็นที่มีขนาดเบาะไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
ถ้าร่างกายของคนนั่งรถเข็นขยับไปมาได้ และเหลือที่ว่างมากเกินไป คนนั่งอาจตกจากรถเข็นได้ หากเป็นการใช้งานระยะสั้น อาจเลือกใช้รถเข็นที่มีเข็มขัดนิรภัยเพื่อลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บ
ขนาดเบาะที่ใหญ่เกินไป ส่งผลต่อการรับน้ำหนักบริเวณบั้นท้ายและส่วนหลัง ทำให้คนนั่งรถเข็นนั่งตกเบาะ หรือนั่งหลังค่อม เอื้อมตัวหยิบของไปมาไม่สะดวก เป็นผลเสียต่อกระดูกสันหลัง
ในกรณีที่คนนั่งรถเข็นเข็นรถด้วยตัวเอง เบาะที่กว้างเกินไปทำให้ต้องวาดวงแขนกว้าง และปวดแขน
เบาะที่แคบเกินไปทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เป็นอันตรายหากใช้เป็นระยะเวลานาน
ดังนั้น การเลือกซื้อรถเข็นจึงต้องพิจารณาความกว้างของเบาะเป็นสำคัญ การวัดขนาดตัว ทำได้โดยวัดบริเวณร่างกายช่วงล่างของผู้ใช้รถเข็นที่กว้างที่สุด อาจจะเป็นสะโพก เอว หรือบั้นท้าย โดยวัดความกว้าง ไม่วัดเส้นรอบวง จากนั้นเทียบกับความกว้างของเบาะรถเข็น Invictus Activeแห่งสหราชอาณาจักรให้คำแนะนำว่า ความกว้างของเบาะควรเล็กกว่าความกว้างของร่างกายช่วงล่างเล็กน้อย เพื่อให้เบาะรับน้ำหนักและโครงสร้างได้เหมาะสม นอกจากนั้น ขณะนั่ง ข้อพับเข่าควรห่างจากเบาะประมาณ 3 นิ้ว
เช่น หากช่วงล่างของผู้ใช้งานเป็นสะโพก ต้องวัดความกว้างจากสะโพก ถ้าวัดได้ 42 เซนติเมตร ผู้ใช้รถเข็นควรพิจารณารถเข็นที่มีเบาะกว้าง 39 เซนติเมตรถึงประมาณ 45 เซนติเมตร โดยประเมินความหนาของเสื้อผ้าร่วมด้วย ดูภาพประกอบวิธีการวัดตามรูป


หากไม่มั่นใจขนาดของเบาะ ควรทดลองนั่งรถเข็นก่อนสั่งซื้อ สามารถเลือกซื้อรถเข็นมีคุณภาพ
การรับน้ำหนัก สำคัญที่สุด
สิ่งสำคัญอันดับต่อมาคือความสามารถในการรับน้ำหนักของรถเข็น ควรเลือกรถเข็นที่สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าน้ำหนักตัวของผู้ใช้รถเข็น และเผื่อน้ำหนักไว้สำหรับเสื้อผ้า ของใช้เล็กน้อยด้วย ดังนั้น ต้องตรวจสอบสเปกของรถเข็นเรื่องการรับน้ำหนักทุกครั้งก่อนเลือกซื้อ
X-bar สำหรับรถเข็น

อีกอย่างหนึ่งที่ต้องแนะนำสำหรับการพิจารณาความแข็งแรงของรถเข็น คือเอ็กซ์บาร์ (x-bar หรือ cross bar) X-bar คือโครงสร้างรูปตัว X ที่อยู่ใต้เบาะรองนั่ง เป็นโครงสร้างที่ทำให้รถเข็นแข็งแรง และสามารถพับรถเข็นได้ รถเข็นผู้ป่วยบางรุ่นมี x-bar 2 คู่เสริมการรับน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม
X-bar ที่ดี ต้องล็อกเมื่อกางรถเข็นออกจนสุด ไม่ขยับเขยื้อนโดยง่าย ไม่มีรอยสนิมตรงข้อต่อ
3. วัสดุ
วัสดุเป็นส่วนสำคัญของรถเข็นผู้ป่วย นอกจากจะส่งผลต่อความแข็งแรงของรถเข็นแล้ว ยังมีผลต่อความสวยงามของรถเข็น และอายุการใช้งานอีกด้วย โดยทั่วไป รถเข็นผู้ป่วยในประเทศไทย มักมีโครงสร้างผลิตจากวัสดุดังนี้
เหล็กกล้า (Steel)
เหล็กกล้าหมายถึงธาตุเหล็กที่ผสมคาร์บอน หรือธาตุอื่นๆ ผสมอยู่บ้าง มีข้อดีคือแข็งแรงทนทาน และราคาค่อนข้างถูกในปัจจุบัน ข้อเสียคือมีน้ำหนักมาก และอาจเกิดสนิมเมื่อใช้ไปเป็นเวลานานๆ รถเข็นที่ทำจากเหล็กกล้าอาจชุบโครเมียมหรือชุบสีเพื่อความสวยงาม
สแตนเลส (Stainless Steel)
ปัจจุบันมีรถเข็นทำด้วยสแตนเลสมากขึ้น มีทั้งข้อดีคือแข็งแรงเหมือนเหล็กกล้า และเกิดสนิมได้ยากกว่าเหล็กกล้าทั่วไป เป็นที่นิยมใช้ในโรงพยาบาลเนื่องจากได้รับความเชื่อถือสูง สามารถใช้เป็นวัสดุสำหรับรถเข็นอาบน้ำได้ อย่างไรก็ตาม สแตนเลสยังเกิดสนิมได้หากใช้งานในพื้นที่ชายฝั่ง และมีน้ำหนักมาก
ผู้ที่เลือกซื้อรถเข็นสแตนเลส ควรเลือกรถเข็นที่เลือกทำจากสแตนเลสเกรด SUS 304 ขึ้นไป เพราะทนสนิม เหมาะกับการใช้งานในโรงพยาบาล
อลูมิเนียมอัลลอย (Aluminum Alloy)
อัลลอย (alloy) หมายถึงโลหะผสมระหว่างโลหะตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป อัลลอยที่ผสมโดยมีอลูมิเนียมเป็นส่วนผสมหลัก ได้รับความนิยมอย่างมากเพื่อใช้เป็นวัสดุของรถเข็นผู้ป่วย เนื่องจากมีความทนทาน ไม่เป็นสนิม สามารถชุบหรือทาสีเพื่อความสวยงามได้ ที่สำคัญคือไม่เป็นสนิม ราคาอาจจะสูงกว่ารถเข็นที่ผลิตจากสแตนเลสและเหล็กกล้า
อุปกรณ์และฟังก์ชั่นเสริม
นอกจากโครงสร้างและความแข็งแรงแล้ว การเลือกซื้อรถเข็นก็เหมือนการเลือกซื้อรถยนต์ ต้องเลือกฟังก์ชั่นเสริมให้ถูกใจผู้ใช้งาน รถเข็นผู้ป่วยเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่มีการปรับแต่งได้หลายอย่าง ผู้เลือกซื้อควรพิจารณาคุณสมบัติเหล่านี้เพิ่มด้วย
ระบบเบรก
ระบบเบรกของรถเข็นผู้ป่วยมี 2 แบบ คือเบรกที่มือ และเบรกที่ล้อ หากผู้นั่งรถเข็นเป็นผู้เข็นรถด้วยตนเอง ควรเลือกรถเข็นที่มีเบรกข้างล้อด้วย
เข็มขัดหรือสายรัด
ควรเลือกรถเข็นที่มีสายรัดเพื่อความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้คนนั่งตัวไหลตกจากรถเข็น
กระเป๋าใส่ของ
รถเข็นบางรุ่นมีกระเป๋าใส่ของด้านหลังเบาะคนขับ ช่วยอำนวบความสะดวกขณะเดินทาง
ที่พักเท้า
รถเข็นหลายรุ่นมีที่พักเท้า เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน ที่พักเท้าควรสูงขึ้นมาจากพื้นประมาณ 1-2 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ที่พักเท้าเกะกะระหว่างใช้งาน
อื่นๆ
ตรวจสอบดูว่ารถเข็นที่เราสนใจสามารถถอดที่วางแขนได้ไหม ปรับนอนได้หรือเปล่า การถอดที่วางแขนจำเป็นต่อคนใช้ที่ต้องให้คนอื่นยกขึ้นยกลงเตียง นอกจากนั้น หากรถเข็นสามารถปรับระดับความสูงของที่วางแขน ที่พักเท้าได้ จะเหมาะกับสรีระของผู้ใช้งาน และเพิ่มความสบายขณะนั่งรถเข็นให้สูงยิ่งขึ้น
สรุป

การเลือกซื้อรถเข็นเหมือนการเลือกซื้อรถยนต์ เป็นไปตามความพอใจของผู้ใช้งาน นอกจากโครงสร้างและความแข็งแรงที่ต้องพิจารณาจากสเปกแล้ว ผู้ซื้อควรเลือกรถเข็นที่มีฟังก์ชั่นใช้งานเหมาะสมตามที่ตัวเองต้องการหรือสนใจ ท้องตลาดมีรถเข็นให้เลือกมาก เลือกซื้อรถเข็นจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่น่าเชื่อถือ นอกจากนั้นแล้ว ผู้ซื้อควรเลือกจากความสวยงาม สี รูปทรงของล้ออีกด้วย



