ทำความรู้จักเครื่องพ่นละอองยา (Nebulizer) ในปี 2026 มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
- Admin
- 7 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

เข้าเดือนมกราคมของทุกปี เป็นฤดูฝุ่นในประเทศไทย PM2.5 ทำให้โรคทางเดินหายใจต่างๆ รุนแรงขึ้น ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว โรคปอด โรคภูมิแพ้ และเด็ก ได้รับผลประทบมากกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ นอกจากนั้น ฝุ่น PM 2.5 ยังทำให้เกิดภูมิแพ้ และเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปอดโดยตรง
แอดมินเองเมื่อภูมิแพ้กำเริบ ต้องไปพบแพทย์ หลายครั้งได้ยาแปลกๆ มาพร้อมแพทย์กำชับว่า ต้องใช้คู่กับเครื่องพ่นละอองยา (Nebulizer) โรคทางเดินหายใจบางโรค ในบทความนี้ แอดมินมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักว่าอะไรคือเครื่องพ่นละอองยา และประเภทต่างๆ ของเครื่องพ่นละอองยา
อะไรคือเครื่องพ่นละอองยา (Nebulizer) ดีกว่าการรักษาแบบดั้งเดิมอย่างไร?
เครื่องพ่นละอองยา คือเครื่องมือแพทย์ที่ทำหน้าที่กระจายยาจากของเหลว เป็นละอองขนาดเล็กมากๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานหายใจเอาตัวยาเข้าไปผ่านระบบทางเดินหายใจ กระบวนการเปลี่ยนของเหลวเป็นละอองนี้เรียกว่า nebulize เครื่องพ่นละอองยาจึงมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Nebulizer เครื่องพ่นละอองยามีด้วยกันหลายแบบ หลายขนาด และผลิตละอองยาด้วยวิธีต่างๆ กัน หน้าตาของเครื่องแตกต่างกันไปตามการใช้งาน ขนาด และความเหมาะสมด้านต่างๆ เช่น อายุ หรือสรีระของผู้ใช้งาน
การพ่นละอองยา เป็นการรักษาชนิดหนึ่งในกลุ่มการจ่ายยาด้วยละออง (Aerosol Drug Delivery System) ซึ่งรวมถึงยาโรคหอบหืดหรือยาพ่นคอที่บรรจุมาใน Inhaler สีฟ้าที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
งานวิจัยในปี 2012พบว่า เครื่องพ่นละอองยามีข้อดีเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ Inhaler แบบดั้งเดิม ดังนี้
1. ใช้ตัวยาน้อยลง
2. อาการไม่พึงประสงค์น้อยกว่า
3. แก้ปัญหาการใช้ Inhaler ไม่ถูกวิธี
4. ลดความสับสน เมื่อต้องรักษาโรคที่ใช้ยาหลายชนิด
นอกจากข้อดี 4 ข้อนี้แล้ว ผู้วิจัยยังสรุปไว้ด้วยว่า เครื่องพ่นละอองยาเหมาะสมอย่างยิ่งเมื่อใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้โดยสมบูรณ์ เช่น คนชรา ผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยที่มีปัญหาการควบคุมร่างกาย หรือความทรงจำ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การใช้ Inhaler ด้วยตนเองไม่เหมาะสม และควรมีเครื่องพ่นละอองยาไว้ใช้งานในบ้าน
นอกจากนี้ เด็กที่ยังมีกล้ามเนื้อมือไม่แข็งแรง มีแนวโน้มจะดื้อซน ไม่หายใจรับละอองยาเข้าไป พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถใช้เครื่องพ่นละอองยาได้เช่นกัน
ประเภทของ Nebulizer
เครื่องพ่นละอองยามีหลายประเภท ก่อนเลือกซื้อเครื่องพ่นละอองยา ควรเข้าใจหลักการทำงานของเครื่องพ่นละอองยาประเภทต่างๆ ก่อน รวมถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละประเภทด้วย เพื่อให้ตัดสินใจซื้อเครื่องพ่นละอองยาได้ถูกต้อง
แบบใช้แรงดันอากาศ (Jet Nebulizer)

เครื่องพ่นละอองยาแบบใช้แรงดันอากาศ (Jet Nebulizer) เป็นเครื่องพ่นละอองยาแบบดั้งเดิม มีใช้แพร่หลายที่สุด ทำงานโดยใช้คอมเพรสเซอร์บีบอัดยาที่เป็นของเหลว จากนั้นบังคับให้ยาที่อยู่ในสภาวะแรงดันสูงไหลตามท่อจะปล่อยออกมาทางหน้ากากครอบปากและจมูก ละอองยาที่ได้มีลักษณะเป็นคล้ายหมอกควัน ผู้ป่วยหายใจตามปกติเพื่อรับละอองยาเข้าไปในร่างกาย
นอกจากความสะดวกในการใช้งาน Jet Nebulizer ยังสามารถทำละอองยาที่สามารถใช้กับ Inhaler ทั่วไปได้อีกด้วย เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาละลายเสมหะ ยาที่หุ้มด้วยไลโปโซม เป็นต้น
แบบอัลตราโซนิก (Ultrasonic Nebulizer)
หลักการทำงานของเครื่องพ่นละอองยาอัลตราโซนิก (Ultrasonic Nebulizer) ใกล้เคียงกับนาฬิกาควอตซ์ที่ใช้คุณสมบัติปล่อยกระแสไฟฟ้าเป็นจังหวะ เครื่องพ่นละอองยาอัลตราโซนิกใช้ผลึกเพียโซอิเล็กทริก (Piezoelectric Crystal) ซึ่งปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ความถี่สูง 1-3 MHz มาสร้างละอองยา
แม้ว่าเครื่องพ่นละอองยาแบบอัลตราโซนิกใช้งานได้ง่าย มีประสิทธิภาพในการจ่ายยาสูงกว่าแบบใช้แรงดันอากาศ แต่มีข้อเสียเช่นกัน กระแสไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อน จึงไม่สามารถใช้จ่ายละอองยาของยาที่ไม่ทนความร้อน เช่นยาปฏิชีวนะ และยาที่มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ นอกจากนั้น เครื่องพ่นละอองยาแบบอัลตราโซนิกยังมีปญหาในการจ่ายยาที่มีความหนืด และยาที่เป็นสารแขวนลอยอีกด้วย
แบบตาข่าย (Mesh Nebulizer)

เครื่องพ่นละอองยาแบบตาข่าย (Mesh Nebulizer) เป็นการพัฒนาเครื่องพ่นละอองยาไปอีกขั้น เปลี่ยนจากการใช้คอมเพรสเซอร์แบบเดิมมาเป็นการใช้ปั๊มขนาดเล็กส่งตัวยาผ่านตาข่ายเพื่อสร้างละอองยาแทน เครื่องพ่นละอองยาแบบตาข่ายจึงมีขนาดเล็กมาก สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ และมีเสียงเบากว่าเครื่องพ่นละอองยาแบบใช้แรงดันอากาศอีกด้วย รวมถึงมีประสิทธิภาพสูงกว่า จ่ายยาได้เข้มข้นกว่า จึงใช้ยาปริมาณน้อยกว่าเครื่องพ่นละอองยาแบบอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม เครื่องพ่นละอองยาแบบตาข่ายมีข้อเสียอยู่ เนื่องจากตาข่ายมีความละเอียดมาก จึงมักมีปัญหาเมื่อใช้กับยาที่มีความหนืด หรือยาที่เป็นสารแขวนลอย หลังการใช้งานทุกครั้งต้องทำความสะอาดให้ดี ระวังไม่ทำให้ตาข่ายแตก ราคาของ Mesh Nebulizer ในปัจจุบันยังสูงอีกด้วย
จากที่กล่าวมา สามารถสรุปข้อดี-ข้อเสียของเครื่องพ่นละอองยาประเภทต่างๆ ดังนี้

ขนาดของละอองยา (MMAD): ตัวตัดสินคุณภาพของ Nebulizer

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับเครื่องพ่นละอองยา คือขนาดของละอองยา (Mass Median Aerodynamic Diameter – MMAD บางครั้งใช้คำว่า Particle Size) โดยทั่วไปแล้ว ละอองยาที่สามารถใช้รักษาได้ดี สามารถจ่ายยาถึงถุงลมในปอดได้ ต้องมีขนาดประมาณ 1-5 ไมครอน (หน่วยเป็น micron หรือ μm) เครื่องพ่นละอองยาที่ดี ต้องสามารถสร้างละอองยาในช่วงขนาดดังกล่าวได้อย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องพ่นละอองยาที่สามารถปรับขนาดของละอองให้เหมาะสมกับโรคที่ทำการรักษา การศึกษาขนาดของละอองยาได้ข้อสรุปดังนี้
1. ละอองขนาด 5-10 ไมครอน (5-10 μm) ละอองขนาดใหญ่ ตกค้างในบริเวณช่องปาก ช่องคอ โพรงจมูก และกล่องเสียง ละอองยาขนาดใหญ่เหมาะกับการรักษาโรคจมูกอักเสบ (rhinitis) ไซนัสอักเสบ (sinusitis) คออักเสบ (pharyngitis) ทอนซิลอักเสบ (tonsillitis) กล่องเสียงอักเสบ (laryngitis) ท่อลมอักเสบ (tracheitis) ท่อลมและหลอดลมอักเสบ (Tracheobronchitis) เป็นต้น
2. ละอองขนาด 2-5 ไมครอน (2-5 μm) เป็นคำแนะนำทั่วไปในการเลือกซื้อเครื่องพ่นละอองยา การศึกษาพบว่า ละอองยาต้องมีขนาด 3-5 ไมครอนลงไป จึงสามารถเข้าถึงท่อลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นกลไกภายในร่างกายจะลำเลียงยาไปรักษาภายในปอดต่อไป ละอองยาที่มีขนาดระหว่าง 2-3 ไมครอนอาจจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าเนื่องจากสามารถเข้าถึงบริเวณหลอดลมภายในปอดได้ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างละอองยาขนาด 3-5 ไมครอน กับละอองยาขนาด 2-3 ไมครอน
หากละอองยามีขนาดเล็กเกินไป (< 0.1 μm) ยาจะไม่ถูกดูดซึมโดยร่างกาย และถูกขับออกมาทางลมหายใจออก
สรุป
เครื่องพ่นละอองยา (Nebulizer) มีหลายประเภท ทุกคนสามารถเลือกซื้อหาเครื่องพ่นละอองยาประเภทที่ต้องการได้เลย โดยพิจารณาจากตัวยาที่ต้องการใช้งาน เครื่องพ่นละอองยาแบบใช้แรงดันอากาศ (Jet Nebulizer) ครอบคลุมหลากหลายประเภทมากที่สุด แต่มีข้อเสียคือใช้ตัวยามากที่สุด และมีเสียงดังขณะใช้งาน
นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนเลือกเครื่องพ่นละอองยาที่มีมาตรฐานน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจากอย. ไทยและต่างประเทศ คำรับรองจากอย. เป็นด่านแรกในการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องมือแพทย์เสมอ



