top of page
ค้นหา

รู้จักกับคุณภาพอากาศ (AQI) และฝุ่น PM2.5

  • Admin
  • 8 ม.ค.
  • ยาว 2 นาที
ผู้หญิงผมบลอนด์กำลังหายใจเข้าเต็มปอดในเขตเมือง

อากาศคือสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา และเราหายใจเข้าไปทุกๆ วินาที คนทั่วไป สิ่งที่คนทั่วไปไม่ตระหนักรู้คืออากาศมีความสำคัญต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างยิ่ง สารปนเปื้อนหลายอย่างทำให้คุณภาพอากาศแย่ลง และส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หลายประการ ทั้งเป็นสารก่อมะเร็ง กระตุ้นภูมิแพ้ และโรคหอบหืด หายใจลำบาก ทำให้ไอและเกิดอาการคออักเสบ


ปัจจุบัน มีการวัดคุณภาพอากาศด้วยดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index – AQI) สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ Real-time Air Quality Index เพื่อใช้วัดคุณภาพของสภาพอากาศเป็นรายชั่วโมง AQI คำนวณจากปริมาณมลพิษทางอากาศ 6 ชนิดดังนี้


1.      ฝุ่นขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (ฝุ่น PM2.5)

2.      ฝุ่นขนาดไม่เกิน 10 ไม่ครอน (ฝุ่น PM10)

3.      ก๊าซโอโซน (O3)

4.      ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)

5.      ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)

6.      ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)


การติดตามคุณภาพอากาศต้องติดตามเป็นรายชั่วโมง ไม่ใช้ค่าเฉลี่ยของวัน เนื่องจากคุณภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงทำให้การหายใจของเราปลอดภัย


วิธีอ่านดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)


The World Air Quality Index Team เป็นผู้สร้างมาตรฐานดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) โดยร่วมมือกับหน่วยงานรัฐของหลายๆ ประเทศ ดัชนีคุณภาพอากาศมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนอ่านเข้าใจง่าย และป้องกันตัวเองได้ทันท่วงที


วิธีอ่านดัชนีคุณภาพอากาศ อ่านตามตัวเลขและสีต่อไปนี้ โดยตัวเลขยิ่งสูง หมายความว่ามีปริมาณมลพิษในอากาศสูงเช่นกัน


1.      0-50 (สีเขียว) อากาศดี มีมลพิษน้อย

2.      51-100 (สีเหลือง) คุณภาพอากาศปานกลาง ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ ผู้มีโรคทางเดินหายใจเช่นภูมิแพ้ หอบหืด มะเร็งปอด ควรลดกิจกรรมที่ใช้แรงกลางแจ้งเป็นเวลานาน

3.      101-150 (สีส้ม) ไม่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มเสี่ยง ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ ผู้มีโรคทางเดินหายใจควรลดกิจกรรมที่ใช้แรงกลางแจ้งเป็นเวลานาน

4.      151-200 (สีแดง) ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ผู้มีโรคทางเดินหายใจควรงดกิจกรรมที่ใช้แรงกลางแจ้งเป็นเวลานาน คนนอกกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็ก ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง

5.      201-300 (สีม่วง) ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างยิ่ง ผู้มีโรคทางเดินหายใจควรงดกิจกรรมที่ใช้แรงกลางแจ้งทั้งหมด คนนอกกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็ก ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง

6.      300+ (สีน้ำตาล) อันตราย ทุกคนควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง


ตารางอธิบายความหมายของดัชนีคุณภาพอากาศ

PM2.5 ตัวร้าย


ภาพมุมสูงของกรุงเทพที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควัน ตึกที่เคยมีสีสันกลายเป็นสีเทา

ในช่วงสิบปีหลังมานี้ คนไทยได้รับรู้ว่ามีมลพิษแบบใหม่ นั่นคือฝุ่น PM2.5


PM 2.5 (Airbourne Particle Matter 2.5 หรือ Fine Particle Matter) คือละอองฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เทียบกับเส้นผมมนุษย์แล้ว ฝุ่นชนิดนี้เล็กกว่าเส้นผมของเราประมาณ 20 เท่า เมื่อหายใจเข้าไป ฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าไปถึงส่วนลึกของปอด 


ฝุ่น PM2.5 มีต้นกำเนิดจากการเผาไหม้ ทั้งการสันดาปของรถยนต์และการเผาไร่เพื่อการเกษตร ในประเทศไทย ฝุ่น PM2.5 มีต้นกำเนิดจากทั้งสองสาเหตุ ในบางช่วงกระแสลมนิ่ง ทำให้ฝุ่นจากรถยนต์และรถบรรทุกในเมืองสะสมเป็นปัญหาคุณภาพอากาศ และทุกปีช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ควันจากการเผาไร่อ้อยกับไร่ข้าวโพดทำให้เกิดหมอควันปกคลุมทั้งประเทศไทย เนื่องจากปัญหาหมอกควันทวีความรุนแรงขึ้น และความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับอันตรายจากฝุ่นดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันรัฐบาลเร่งหาวิธีแก้ไขเพื่อสุขภาพของคนไทย


อันตรายของ PM2.5


พยาบาลกำลังตรวจสุขภาพให้หญิงชราในชุดผู้ป่วยสีชมพู ด้วยการวัดความดันโลหิต

การวัดปริมาณ PM2.5 ยังนับว่าเป็นสิ่งใหม่ในทางการแพทย์ แต่งานวิจัยต่างๆ ที่ผ่านมาทำให้ได้ผลสรุปว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง


ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ให้แนวทางปฏิบัติไว้ว่า คุณภาพอากาศที่ดีต้องมีฝุ่น PM2.5 ไม่เกิน 5 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมากๆ ถึงมั่นใจได้ว่าสภาพอากาศนั้นไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ


5 มก./ลูกบาศก์เมตรเป็นปริมาณที่เล็กน้อยเพียงใด จินตนาการว่าสระว่ายน้ำโอลิมปิกมีความจุ 2,000 ลูกบาศก์เมตร ในน้ำเต็มสระมีคนใส่ทรายลงไป 10 กรัม เทียบเท่ากับเม็ดทรายประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ ความเข้มข้นเล็กน้อยมาก มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็นทรายในน้ำ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ไปว่าฝุ่น PM2.5 ปริมาณเล็กน้อยขนาดนี้ก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์แล้ว


ผลเสียต่อสุขภาพของ PM2.5 โดยทั่วไปแล้วมีดังนี้


1.      มะเร็งปอด

2.      ทำให้โรคทางเดินหายใจ เช่นภูมิแพ้ รุนแรงขึ้น

3.      เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคปอด

4.      ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของปอดในเด็ก


งานวิจัยในชาวอเมริกันพบว่า ผู้ที่ได้รับฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคปอดบวม มะเร็ง และโรคทางเดินหายใจต่างๆ มากกว่าคนทั่วไปถึง 14% และยังพบด้วยว่าความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้รับฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่อง 60 เดือน


การป้องกัน PM2.5


หญิงสาวในเสื้อสีม่วงใส่หน้ากากอนามัยอย่างดี เพื่อป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM2.5

เมื่อได้รับสัญญาณเตือนให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเนื่องจากคุณภาพอากาศแย่ ประชาชนทั่วไปสามารถป้องกันตัวเองได้โดยการด้วยการนำตัวเองไปอยู่ในพื้นที่ที่ฝุ่นน้อย เช่น ภายในอาคาร และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 ได้แก่ การสูบบุหรี่ การจุดไฟ การเผาฟืน และการทำครัว การรักษาความสะอาดในอาคารสำคัญมากเช่นกัน ฝุ่นจากเกสรดอกไม้ ละอองจากเชื้อรา ไรฝุ่น และแมลงสาบอาจทำให้อาการภูมิแพ้แย่ลง


หากมีความจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง การใส่หน้ากากอนามัยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอ หน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือเทียบเท่า สามารถป้องกันฝุ่นและละอองขนาดเล็กได้ 95% นอกจากนั้นหน้ากากอนามัยมาตรฐาน KF94, N99 หรือหน้ากากสวมใบหน้าระดับอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันตลาดมีความหลากหลาย สามารถหาซื้อ N95 ชนิดมีโลหะปิดดั้งจมูก หรือมีช่องระบายอากาศเพื่อความสะดวกระหว่างใช้งาน หากหาซื้อหน้ากากเหล่านี้ไม่ได้ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ทั่วไปสามารถช่วยกรองฝุ่นได้ประมาณ 50-80%


สรุป


ในห้องพยาบาลสีขาวสะอาด แพทย์ผู้ชายกำลังสาธิตวิธีการใช้เครื่องพ่นละอองยาสำหรับโรคหอบหืดให้เด็กผู้หญิงกับแม่ของเธอ

คุณภาพอากาศเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับสุขภาพของเรา มลพิษในอากาศโดยเฉพาะ PM2.5 เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจต่างๆ รวมถึงก่อให้เกิดมะเร็งปอด ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็ก คนชรา ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว ผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืด ควรติดตามคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ เราสามารถป้องกันมลพิษทางอากาศได้โดยการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง เช่น หน้ากาก N95 สำหรับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ อาจจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษาโรคต่างๆ การใช้เครื่องพ่นละอองยา (Nebulizer) ที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพ ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้นอีกด้วย

 

บรรณานุกรม



 
 

บริษัท เซอร์ไคล์ฟ จำกัด

63 ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170

เวลาทำการ: จันทร์ - ศุกร์ 8.00 - 18.00 น. เสาร์ 9.00 - 17.00 น.

โทร. 02-804-1000 นอกเวลาทำการ โทร. 084-456-8844

ฟอร์คิวไลฟ์ ฟาร์มาซี

1419 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 8.00 - 19.00 เสาร์ 9.00-17.00 ปิดให้บริการวันอาทิตย์

โทร. 02-804-1467

ชมตัวอย่างสินค้า และรับบริการหลังการขายได้ที่ร้านขายยาชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

  • Facebook
  • line@image
เซอร์ไคล์ฟได้รับมาตรฐาน ISO9001:2015

Circlife Co. Ltd. Provider of Healthcare and Medical Equipment in Thailand

©2023 by Circlife. Proudly created with Wix.com

bottom of page