top of page
ค้นหา

สรุปครบที่เดียว! วิธีอ่านผลลัพธ์จากเครื่องวัดดัชนีร่างกาย rossmax WG260

  • Admin
  • 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
รูปผู้หญิงผมดำถือเครื่องชั่งน้ำหนัก rossmax WG260 รุ่นสีแดง กำลังยิ้มให้คนดู

นอกจาก rossmax WG260 สามารถใช้วัดน้ำหนักได้เหมือนเครื่องชั่งน้ำหนักทั่วไปแล้ว เครื่องวัดดัชนีร่างกาย rossmax WG260 ยังสามารถวัดดัชนีต่างๆ ของร่างกายได้อีกด้วย เป็นอุปกรณ์ที่ดีอย่างยิ่งสำหรับคนรักสุขภาพ สามารถบอกน้ำหนัก แสดงค่าไขมัน กล้ามเนื้อ และการเต้นของหัวใจได้อีกด้วย เพียงแค่เชื่อมต่อ rossmax WG260 เข้ากับแอพลิเคชั่น rossmax Healthstyle App ในโทรศัพท์มือถือเท่านั้น


บทความนี้ แอดมินจะมาอธิบายวิธีดูค่าต่างๆ ที่ WG260 วัดได้นะคะ


ผลลัพธ์ที่ได้จาก WG260 เป็นภาษาอังกฤษ มี Weight, Muscle mass, Body fat mass, BMI, Body Fat Percentage, Visceral Fat, BMR, Skeletal Muscle, Bone Mass, Body Water, Pulse

  

ผลลัพธ์ที่ได้จากการการชั่งน้ำหนักโดยเครื่อง rossmax WG260 แปลไทย ค่าที่ได้มีน้ำหนัก มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน ดัชนีมวลการ เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย ระดับไขมันในช่องท้อง อัตราการเผาผลาญ เปอร์เซ็นต์กล้ามเนื้อลาย มวลกระดูก เปอร์เซ็นต์น้ำในร่างกาย และชีพจร

ภาพนี้คือตัวอย่างผลลัพธ์ที่ได้จากการวัดดัชนีร่างกายต่างๆ ที่ปรากฏในแอพลิเคชัน rossmax Healthstyle ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้ดังนี้


  1. น้ำหนัก (Weight)

  2. การวิเคราะห์กล้ามเนื้อ-ไขมัน (Muscle Fat Analysis)

  3. การวิเคราะห์ภาวะน้ำหนักตัวเกิน (Obesity Analysis)

  4. ดัชนีอื่นๆ (Other)


  1. น้ำหนักตัว (Weight) สิ่งที่สำคัญที่สุดของการวัดดัชนีร่างกาย


สิ่งที่สำคัญที่สุดของการวัดดัชนีร่างกายคือน้ำหนักตัวนั่นเอง เนื่องจากเป็นสิ่งที่ใช้เป็นไม้บรรทัดในการเทียบกับดัชนีร่างกายอื่นๆ ทั้งหมด น้ำหนักตัวที่เหมาะสมของคนเรา ต้องพิจารณาร่วมกับเพศ และส่วนสูง สามารถคำนวณง่ายๆ ได้โดยใช้สูตร


ผู้หญิง น้ำหนักที่เหมาะสม (กก.) = ส่วนสูง (ซม.) – 110

ผู้ชาย น้ำหนักที่เหมาะสม (กก.) = ส่วนสูง (ซม.) – 100


ยกตัวอย่างเช่น หากเราเป็นผู้หญิง ส่วนสูง 150 ซม. น้ำหนักตัวของเราควรอยู่ในช่วง 40 กก. อาจมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ได้พอสมควร


วิธีการหาน้ำหนักตัวที่เหมาะสมนี้เป็นเพียงการประเมินน้ำหนักของตัวเองอย่างคร่าวๆ เท่านั้น เราไม่ต้องกังวลจนเกินไปหากน้ำหนักตัวไม่เป็นไปตามสูตรนี้


  1. การวิเคราะห์กล้ามเนื้อและไขมัน (Muscle Fat Analysis)


ข้อมูลสำคัญสำหรับคนรักสุขภาพอีกอย่างหนึ่ง คือปริมาณกล้ามเนื้อ และไขมันในร่างกายตัวเอง โดยทั่วไป กล้ามเนื้อเป็นสิ่งดี ยิ่งมีมากยิ่งดี และในทางตรงกันข้าม ไขมันยิ่งมีน้อยยิ่งดี อย่างไรก็ตาม ร่างกายมนุษย์จะขาดไขมันไม่ได้ ไขมันทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรอง และเป็นส่วนประกอบของร่างกายระดับเซลล์และสมอง สิ่งที่สำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่างกล้ามเนื้อกับไขมันให้พอดี


2.1 มวลกล้ามเนื้อ (Muscle Mass)


มวลกล้ามเนื้อเป็นตัวเลขที่นักกีฬา และคนรักสุขภาพใส่ใจมากที่สุด มวลกล้ามเนื้อบ่งบอกความแข็งแรงของร่างกาย และระดับการเผาผลาญของร่างกาย กล้ามเนื้อช่วยพยุงน้ำหนักของร่างกาย ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บยากขึ้น ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก สามารถรับประทานอาหารต่อวันโดยไม่อ้วนได้มากกว่าคนที่น้ำหนักตัวส่วนมากมาจากไขมัน เราสามารถคำนวณมวลกล้ามเนื้อที่เหมาะสมได้โดยใช้สูตรคำนวณนี้


มวลกล้ามเนื้อ/น้ำหนักตัว x 100 = เปอร์เซ็นต์มวลกล้ามเนื้อ


สำหรับมวลกล้ามเนื้อที่เหมาะสมนั้น แตกต่างกันไปตามเพศและวัย ผู้หญิงมีมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชายโดยธรรมชาติ ให้เทียบตารางต่อไปนี้


ตารางแสดงค่าเฉลี่ย % ของมวลกล้ามเนื้อของบุคคลแต่ละช่วงอายุและเพศ พื้นหลังสีแดง

ข้อมูลในตารางนี้ไม่ใช่คำแนะนำสุขภาพ หากมวลกล้ามเนื้อแตกต่างจากตัวเลขในตารางนี้มากเกินไป ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์หากมีข้อสงสัย


2.2 มวลไขมันร่างกาย (ฺBody Fat Mass)


เรามักได้ยินเสมอๆ ว่าไขมันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และเราควรกินไขมันให้น้อยลง แต่แท้ที่จริงแล้ว ไขมันเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะเป็นส่วนประกอบของเซลล์และสมอง รวมถึงช่วยปกป้องอวัยวะภายในอีกด้วย ดังนั้น ร่างกายของเราควรมีไขมันอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม


หากมีไขมันในร่างกายมากเกินไป จะก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจต่างๆ ความดันโลหิตสูง และเสี่ยงสโตรกอีกด้วย ผู้ที่เฝ้าระวังมวลไขมันในร่างกาย ควรดูหัวข้อเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายประกอบ


  1. การวิเคราะห์ภาวะน้ำหนักตัวเกิน (Obesity Analysis)


ภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือเรียกเป็นภาษาทางการแพทย์ว่า Obesity เป็นปัญหาที่สำคัญของการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน การทานอาหารพลังงานสูงเป็นประจำแต่ออกกำลังกายน้อยส่งผลให้คนไทยจำนวนมากมีภาวะน้ำหนักเกิน (overweight) หรือภาวะอ้วน (Obesity) การรู้จักสุขภาพของตัวเองผ่านเครื่องชั่งน้ำหนักเป็นปราการแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพ


3.1 BMI หรือดัชนีมวลกาย


ดัชนีมวลกายเป็นตัวเลขยอดฮิตสำหรับการประเมินสุขภาพเบื้องต้น ถึงแม้ว่าความรู้ทางการแพทย์จะพัฒนาไปมากแล้ว แต่ ดัชนีมวลกายยังเป็นตัวเลขยอดนิยมในการประเมินสุขภาพด้วยตนเอง เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการวัดอื่น เพียงวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนักก็เพียงพอแล้ว


เครื่องวัดดัชนีร่างกาย WG260 ช่วยคำนวณดัชนีร่างกายให้อัตโนมัติอีกด้วย

วิธีคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI) คำนวณได้จาก น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)/ส่วนสูง (m) ยกกำลังสอง


ดัชนีมวลกายนำมาเทียบกับเกณฑ์คร่าวๆ ต่อไปนี้


  1. ต่ำกว่าเกณฑ์ มีดัชนีมวลกาย <18..5

  2. ปกติ มีดัชนีมวลกาย 18.5-24.9

  3. น้ำหนักเกินเกณฑ์ มีดัชนีมวลกาย 25.0-29.9

  4. อ้วน มีดัชนีมวลกาย ≥30


ผู้ที่มีดัชนีมวลกายสูงเกินไป ควรปรับการรับประทานอาหาร ลดน้ำตาล และออกกำลังกายวันละ 30 นาที 5 วัน/สัปดาห์ เพื่อป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ที่อาจเป็นอันตรายต่อไปในอนาคต


3.2 เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (BF%)


ดังได้กล่าวไปแล้วว่าไขมันในร่างกายมีความสำคัญอย่างยิ่ง WG260 ช่วยคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายให้โดยอัตโนมัติ ตามสูตรนี้


มวลไขมัน/น้ำหนักตัว x 100 = เปอร์เซ็นต์มวลไขมัน


สมาคมเวชศาสตร์การกีฬาแห่งสหรัฐอเมริกา (American Collage of Sport Medicine) ระบุเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายที่เหมาะสม แบ่งตามเพศและวัย ดังนี้


ตารางแสดง % ไขมันสำหรับเพศและช่วงอายุที่ต่างกัน พื้นหลังแดงและเทา ปรับปรุงจากสมาคมเวชศาสตร์กีฬาแห่งสหรัฐฯ (2014)

ปัจจุบัน ความเข้าใจเกี่ยวกับไขมันในร่างกายยังคงต้องศึกษาอีกมาก ในอนาคตอาจมีคำแนะนำเพิ่มเติมที่ละเอียดกว่านี้ก็เป็นได้


  1. ดัชนีอื่นๆ


ข้อมูลดัชนีร่างกายอื่นๆ มีความสำคัญไม่แพ้กัน ผู้ที่สนใจควรศึกษาหาข้อมูลของดัชนีร่างกายต่อไปนี้


4.1 ระดับไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)


การมีไขมันช่องท้องสูง ทำให้เสี่ยงโรคเรื้อรังไม่ติดต่อเพิ่มขึ้น เช่น ภาวะคอเลสเตอรอลสูง โรคหัวใจต่างๆ และโรคเบาหวานประเภทที่ 2 บางครั้งมีการตรวจไขมันในช่องท้องให้คนที่ใส่ใจรูปร่างของตัวเองเป็นพิเศษ


สำหรับการตรวจในครัวเรือนทั่วไป เครื่องชั่งน้ำหนักจะประเมินไขมันช่องท้องให้อัตโนมัติแล้วแบ่งเป็นระดับต่างๆ  มีเกณฑ์จำแนกไขมันในช่องท้องดังนี้


  1. มาตรฐาน ระดับ 1 – 9

  2. สูง ระดับ 10 – 14

  3. สูงมาก ระดับ 15 - 30


4.2 อัตราการเผาผลาญ (BMR)


อัตราการเผาผลาญ (Basal Metabolic Rate หรือ BMR) หมายถึงปริมาณแคลอรีขั้นต่ำที่ร่างกายของเราต้องเผาผลาญต่อวันเพื่อให้มีสุขภาพดี แม้ในขณะที่นั่งเฉยหรือนอนหลับ ร่างกายยังต้องการพลังงานเพื่อให้หัวใจและสมองทำงานเป็นปกติ


อัตราการเผาผลาญจึงเป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่ง ในกลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ทำให้ตระหนักรู้ว่าวันวันหนุ่มสามารถลดหรือกินอาหารได้เท่าไหร่ ทำให้ลดน้ำหนักได้โดยไม่ทำลายสุขภาพ ใช้ในการคำนวณอาหารที่ต้องกินในแต่ละวัน


สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ไม่ควรทานอาหารให้น้อยกว่า BMR การทำเช่นนั้นในระยะแรกอาจทำให้น้ำหนักลด แต่ทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ เหนื่อยง่าย มีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน และน้ำหนักตัวกลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อกลับมาทานอาหารเหมือนเดิม (Yoyo Effect)


ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนควรลดอาหารแต่พอประมาณ ออกกำลังกายแบบเน้นการสร้างกล้ามเนื้อ เช่น การยกน้ำหนัก ร่วมด้วย


4.3 เปอร์เซ็นต์กล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscle Mass)


กล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscle) เป็นหนึ่งในกล้ามเนื้อสำคัญ 3 ประเภทของร่างกายซึ่งประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac muscle) และกล้ามเนื้อเรียบ (smooth muscle) กล้ามเนื้อลายเป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ติดกับโครงกระดูกของเรา ทำหน้าที่ยืดตัวและหดตัวทำให้เราสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ กล้ามเนื้อลายเป็นกล้ามเนื้อที่มีมากที่สุด เราสามารถออกกำลังเพื่อให้กล้ามเนื้อกลุ่มนี้แข็งแรงขึ้นได้


ปัจจุบัน ยังไม่มีคำแนะนำว่าร่างกายคนเราควรมีกล้ามเนื้อลายมากแค่ไหน งานวิจัยเมื่อปี 2000 ทำการสำรวจประชากร และพบว่าคนทั่วไปมีค่าเฉลี่ยของกล้ามเนื้อลายดังนี้


ตารางแสดงค่าเฉลี่ย % ของกล้ามเนื้อลายของบุคคลแต่ละช่วงอายุและเพศ พื้นหลังสีแดง

ผู้ที่มีกล้ามเนื้อลายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากๆ ควรปรึกษาแพทย์


4.4 มวลกระดูก


มวลกระดูก (Bone Mass) หรือบางที่ใช้คำว่า ความแข็งแรงของกระดูก คือการวัดน้ำหนักของแร่ธาตุต่างๆ (เช่นแคลเซียม ฟอสฟอรัส) ในร่างกาย มวลกระดูกที่น้อยเกินไป เป็นสัญญาณเตือนภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis) ยิ่งร่างกายมีมวลกระดูกน้อยเท่าไหร่ แสดงว่าร่างกายมีโอกาสกระดูกหักมากขึ้นเท่านั้น


สำหรับการวัดมวลกระดูกด้วยตนเองในบ้าน แนะนำให้ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักที่วัดมวลกระดูก (Bone Mass) ได้ ปกติแล้ว ร่างกายคนเราควรมีมวลกระดูกประมาณ 3-5% ของน้ำหนักตัวหรือประมาณเป็นหน่วยกิโลกรัมได้ดังนี้


ตารางแสดงค่าเฉลี่ย มวลกระดูกของบุคคลแต่ละช่วงอายุและเพศ พื้นหลังสีแดง

ปกติร่างกายมนุษย์สูญเสียมวลกระดูกทีละน้อยหลังจากอายุ 30 ปีเป็นต้นไป หากมวลกระดูกน้อยกว่าตารางประเมินนี้มากๆ ควรไปรับการตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกที่โรงพยาบาล


4.5 เปอร์เซ็นต์น้ำในร่างกาย (Body Water)


ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ร่างกายผู้ชายมีน้ำประกอบได้ 50-66% ในขณะที่ร่างกายผู้หญิงมีน้ำเป็นส่วนประกอบ 42-54% คนอ้วนอาจมีน้ำในร่างกายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หากใครมีน้ำในร่างกายน้อยหรือมากกว่าค่าเฉลี่ยเกินปกติ ควรพบแพทย์


ปัจจุบันมีการทดลองใช้เครื่องวัดดัชนีร่างกายเพื่อวัดน้ำในผู้ป่วยโรคไต (CKD) มากขึ้น หากมีการศึกษาเพิ่มเติม อาจเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต


4.6 ชีพจร (Pulse)


ชีพจร (Pulse) คือจำนวนครั้งที่หัวใจเต้นต่อนาที สำหรับคนทั่วไป ขณะที่ไม่ได้ออกกำลังกายหรือใช้แรง ชีพจรจะอยู่ที่ 60-100 ครั้งต่อนาที ชีพจรสูงหรือต่ำไปเป็นครั้งคราวเป็นเรื่องปกติ และอาจมีสาเหตุจากการใช้ชีวิตประจำวัน


หากชีพจรหรือ heart rate ขณะนั่งพักสูงเกินกว่า 100 ครั้ง/นาที เรียกว่ามีภาวะ Tachycardia ต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาทีเรียกว่า Bradycardia หากมีอาการทั้งสองอย่างนี้เป็นประจำ ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโรคต่างๆ ต่อไป อาจเป็นความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคอื่นๆ เช่นต่อมไทรอยด์อักเสบ


สรุป: WG260 ใช้ประเมินสุขภาพเบื้องต้น


นอกจากน้ำหนักแล้ว เครื่องวัดดัชนีร่างกาย rossmax WG260 ยังมีประโยชน์อีกมาก สามารถใช้งานได้เพื่อหลายวัตถุประสงค์ เพียงแต่ผู้ใช้งานต้องอ่านค่าและประเมินสุขภาพตัวเองให้ถูกต้อง ค่าที่ได้จากการวัดนี้เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น หากมีปัญหาสุขภาพ และผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างจากคำแนะนำบ่อยครั้ง ควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์


บรรณานุกรม


Watson, P. E.; Watson, I. D.; Batt, R. D. (January 1980). "Total body water volumes for adult males and females estimated from simple anthropometric measurements" (PDF). The American Journal of Clinical Nutrition. 33 (1): 27–39. doi:10.1093/ajcn/33.1.27. PMID 6986753

 
 

บริษัท เซอร์ไคล์ฟ จำกัด

63 ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170

เวลาทำการ: จันทร์ - ศุกร์ 8.00 - 18.00 น. เสาร์ 9.00 - 17.00 น.

โทร. 02-804-1000 นอกเวลาทำการ โทร. 084-456-8844

ฟอร์คิวไลฟ์ ฟาร์มาซี

1419 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 8.00 - 19.00 เสาร์ 9.00-17.00 ปิดให้บริการวันอาทิตย์

โทร. 02-804-1467

ชมตัวอย่างสินค้า และรับบริการหลังการขายได้ที่ร้านขายยาชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

  • Facebook
  • line@ Circlife Medical
  • Instagram Circlife Medical
  • TikTok Circlife Medical
เซอร์ไคล์ฟได้รับมาตรฐาน ISO9001:2015

Circlife Co. Ltd. Provider of Healthcare and Medical Equipment in Thailand

©2023 by Circlife. Proudly created with Wix.com

bottom of page