ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) คืออะไร แล้วทำไมเครื่องวัดความดันโลหิตถึงสำคัญ?
- Admin
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ในบรรดาโรคร้ายใกล้ตัว โรคหนึ่งที่น่ากลัวที่สุดคือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ที่บุคลากรสาธารณสุขนิยมเรียกลำลองว่าอาริธเมียนั่นเอง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะน่ากลัว เพราะคนมักเป็นโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ มากมาย และที่สำคัญ ยังตรวจจับยากอีกด้วย ต้องเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เท่านั้นจึงสามารถวินิจฉัยได้ชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้น เครื่องวัดความดันโลหิตปัจจุบันสามารถช่วยให้เรารู้ตัวได้ว่าอยู่กลุ่มเสี่ยงและเข้ารับการตรวจได้ทันท่วงที
ทำไมคนทั่วไปควรรู้ว่าตัวเองมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)

คนอายุน้อยมักมองว่าโรคต่างๆ เกี่ยวกับหัวใจนั้นเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้ว ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นได้กับทุกคน การรู้เท่าทันร่างกายตัวเอง และตระหนักว่าตัวเองมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจึงสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน โรคแทรกซ้อนจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้แก่ เหงื่อออกง่าย เหนื่อยง่าย หน้ามืดบ่อย แน่นหน้าอก หมดสติ ไปจนถึงหัวใจล้มเหลวในกรณีที่ร้ายแรง
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายแรง หากหาสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ เราอาจได้ข้อมูลของร่างกายเราว่ามีโรคร้ายอื่นๆ แฝงตัวอยู่หรือไม่ เช่นโรคหัวใจต่างๆ สโตรก โรคในต่อมไทรอยด์ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
เคยมีความเชื่อว่า ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะทำให้วัดความดันโลหิตไม่เที่ยงตรง แต่งานวิจัยหลายชิ้นระบุตรงกันว่า ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะไม่มีผลต่อการวัดความดันโลหิต หากใช้เครื่องวัดความดันสมัยใหม่ที่ทำการวัดซ้ำ 3 ครั้งขึ้นไปโดยอัตโนมัติ
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีกี่ประเภท?

หัวใจเต้นผิดจังหวะแบ่งเป็นหลายประเภท แต่ละประเภททำให้เกิดผลเสียแตกต่างกันไป แบ่งตามชนิด (type) และตำแหน่งการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยแบ่งจำแนกเป็น Atria หมายถึงหัวใจห้องบน และ Ventricle หมายถึงหัวใจห้องล่าง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหลัก สามารถแบ่งได้ดังนี้
แบ่งตามลักษณะการเต้นผิดปกติ
หัวใจคนเราเต้นด้วยความถี่ 60-100 ครั้งต่อนาที หากหัวใจผู้ป่วยเต้นเป็นจำนวนครั้งมากเกินไปหรือน้อยเกินไปสามารถจัดเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีชื่อเรียกดังนี้
ทาคีคาร์เดีย (Tachycardia - TACH) คือกลุ่มอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เกิน 100 ครั้ง/นาที
บราดีคาร์เดีย (Bradycardia - BRAD) คือกลุ่มอาการหัวใจเต้นช้าผิดปกติ ต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที
ภาวะหัวใจบีบตัวกำหนด (Premature Contraction - PC) ภาวะหัวใจบีบตัวก่อนกำหนด ยังแบ่งเป็นอาการเกิดในหัวใจห้องบน (Premature Atrial Contraction) กับหัวใจห้องล่าง (Premature Ventricular Contraction) อีกด้วย เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อย และทำให้มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอื่นๆ ตามมาอีกด้วย
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดเหนือหัวใจห้องล่าง (Supraventricular Arrhythmias)
หมายถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดขึ้นภายในห้องหัวใจห้องบน (Atria) หรือวาล์วก่อนหัวใจห้องล่าง
ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ หัวใจห้องบนเต้นระริก (Atrial Fibrillation – AF) เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อยที่สุด มีรายงานว่าคนไทยเป็น AF 0.36% หรือคิดคร่าวๆ ได้ว่า จากประชากรไทยปี 2569 65.8 ล้านคน อาจเป็น AF ได้ประมาณ 2 ล้าน 5 แสนคน
ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ทำให้หัวใจห้องบนเต้นเร็วกว่า 400 ครั้ง/นาทีเป็นครั้งคราว การทำงานระหว่างหัวใจห้องบนกับห้องล่างไม่สอดคล้องกัน เลือดไม่ไหลเข้าหัวใจห้องล่างเต็มที่ และส่งผลกระทบต่อมาให้อวัยวะต่างๆ เช่นปอด ในร่างกายไม่ได้เลือดเท่าที่ควร เลือดที่ตกข้างในหัวใจห้องบนซ้าย (Left Atrium) สามารถกลายเป็นลิ่มเลือด ถ้าลิ่มเลือดนี้หลุดเข้าเส้นเลือด ก็อาจเกิดอาการลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้ผู้ป่วยเป็นสโตรก หรืออัมพาตได้ในที่สุด
ภาวะหัวใจห้องบนเต้นรัว (Atrial Flutter) ทำให้หัวใจห้องบนเต้นเร็ว 250-350 ครั้ง/นาที เกิดจากสัญญาณไฟฟ้าที่กระตุ้นหัวใจห้องบนให้เต้นถูกสกัดจากรอยแผลเป็นในหัวใจหรือกล้ามเนื้อหัวใจที่เสียหาย
ภาวะทาคีคาร์เดียเหนือหัวใจห้องล่างเฉียบพลัน (Paroxysmal supraventricular tachycardia - PSVT) เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจได้รับสัญญาณให้เต้นผิดพลาด จนมีการบีบตัวที่ผิดจังหวะเพิ่มขึ้นมาในหัวใจห้องบนก่อนไล่ลงไปหัวใจห้องล่าง อาการนี้เกิดขึ้นและหายไปอย่างเฉียบพลัน เกิดขึ้นระหว่างการออกกำลังการอย่างหนัก ไม่เป็นอันตราย มักเกิดในคนอายุน้อย
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดขึ้นในหัวใจห้องล่าง (Ventricular Arrhythmias)
กลุ่มอาการนี้เป็นอันตราย และควรได้รับการรักษาทันที
ทาคีคาร์เดียในหัวใจห้องล่าง (Ventricular Tachycardia) หมายถึงหัวใจห้องล่างบีบตัวเร็วกว่าปกติ หากเกิดภาวะนี้เพียงไม่กี่วินาทีอาจไม่มีผลเสียอะไร แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยและนานเกิน 2-3 วินาที อาจเป็นสัญญาณของอาการที่ร้ายแรง
ภาวะหัวใจห้องล่างสั้นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation – V-FIB) เป็นอาการที่หัวใจห้องล่างสั่นไหวหรือกระตุกรัวๆ แทนการบีบตัวส่งเลือดตามปกติ สามารถทำให้เกิดหัวใจวายและเสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
การตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยเครื่องวัดความดันโลหิต
ปัจจุบันแม้จะมีวิธีการตรวจความดันโลหิตหลายวิธี แต่การใช้เครื่องวัดความดันโลหิต (blood pressure monitor) ยังคงเป็นมาตรฐานที่ใช้ทางการแพทย์ เครื่องวัดความดันโลหิตหลายรุ่นสามารถตรวจจับภาวะหัวใจเต้นก่อนกำหนดได้เช่นกัน เครื่องวัดความดันโลหิตของ rossmax มี PARR (Pulse ARRhythmia Detection Technology) สามารถตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้หลายชนิดมากกว่าเครื่องวัดความดันโลหิตทั่วไป เป็นสิทธิบัตรของ rossmax เท่านั้น อาการที่ PARR ตรวจจับได้ ได้แก่
ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - Afib)
บราดีคาร์เดีย (Bradycardia - BRAD)
ทาคีคาร์เดีย (Tachycardia - TACH)
ภาวะหัวใจเต้นบีบตัวกำหนด (Premature Contraction - PC)
BRAD และ TACH ต้องเป็น PARR Pro ถึงสามารถตรวจจับได้
PARR ของ rossmax มีความแม่นยำดังนี้

ความแม่นยำระดับ 70% ขึ้นไปนั้น นับว่าสูงมากสำหรับอุปกรณ์ตรวจด้วยตนเองในครัวเรือน เหมาะจะใช้ในระดับ pre-clinic
ผู้ใช้งานควรเลือกใช้เครื่องวัดความดันโลหิตในการตรวจสุขภาพของตนเองขั้น pre-clinical และตระหนักเสมอว่าการใช้เครื่องวัดความดันโลหิตไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากเครื่องวัดความดันโลหิตเตือนหลายครั้งว่ามภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ในโรงพยาบาลต่อไป




