ใครบ้างต้องตรวจเบาหวาน ตรวจอย่างไร บ่อยแค่ไหน?
- Admin
- 3 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา

ปัจจุบันมีสถิติว่า คนไทยเป็นเบาหวานมากถึง 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถป้องกันได้ หากรู้ตัวเร็วและปรับการใช้ชีวิตได้ทันท่วงที
องค์กรสุขภาพต่างๆ ของประเทศไทยจึงพยายามกระตุ้นความตระหนักรู้โรคเบาหวาน และสนับสนุนให้คนไทยตรวจน้ำตาลเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม คำว่า “เป็นประจำ” นั้น ต้องบ่อยแค่ไหน? ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน? แล้วควรเริ่มตรวจเมื่อไหร่? บทความนี้ แอดมินจะมาไขข้อสงสัยให้ทุกคน
ต้องเริ่มตรวจเบาหวานเมื่อไหร่

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวานประเภทที่ 1 หรือตั้งครรภ์ หากเริ่มต้นศึกษาด้วยตนเอง อาจจะเจอคำแนะนำที่แตกต่างกันตามหน่วยงานแต่ละประเทศ เช่นประเทศแคนาดาแนะนำให้ตรวจเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ตรวจ 1 ครั้ง ทุกๆ 3 ปี หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ จึงสนับสนุนให้ตรวจน้ำตาลหรือตรวจเบาหวานถี่กว่านั้น ส่วนหน่วยงานบริการป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (US Preventive Services Task Force) () แนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองเบาหวานเมื่ออายุ 35 ปี
สำหรับประเทศไทยนั้น สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยเผยแพร่แนวทางปฏิบัติ (guideline) ให้การอายุ 35 ปีเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา ล่าสุดปี 2566 สมาคมฯ ให้คำแนะนำเรื่องการตรวจเบาหวานไว้ว่า ให้บุคคลทั่วไปตรวจคัดกรองเป็นประจำเมื่อมีคะแนนความเสี่ยงถึง 8 คะแนน
ดังนั้น เมื่ออายุครบ 35 ปี บุคคลทั่วไปควรระมัดระวังสุขภาพของตนเองกับเบาหวานเพิ่มมากขึ้น และพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ประกอบ 8 คะแนนมีอะไรบ้าง หมายความว่าอย่างไร ดูได้ในหัวข้อถัดไป
พิจารณาปัจจัยเสี่ยงเพื่อตรวจเบาหวาน
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยเผยแพร่แนวทางปฏิบัติ (Guideline) ในการเริ่มตรวจเบาหวาน ให้พิจารณาปัจจัยเสี่ยงตามตารางนี้

วิธีการอ่านตาราง ให้ดูว่าตัวเรามีปัจจัยเสี่ยงกี่ข้อ ตรงกับปัจจัยใดบ้าง เช่น ถ้าเรามีอายุ 40 ปี (1 คะแนน) ดัชนีมวลกาย 28 (3 คะแนน) รอบเอวต่อความสูง 0.6 (5 คะแนน) เราจะมีคะแนนเสียง 1+3+5 = 9 คะแนน หรือใช้โปรแกรมคำนวณความเสี่ยงเบาหวานของสมาคมฯ ที่นี่
กล่าวโดยสรุป ปัจจัยเสี่ยงเบาหวานมีดังนี้มีดังนี้
อายุ (35 ปีขึ้นไปนับว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงปานกลาง)
ความอ้วน (วัดจากดัชนีมวลกาย และรอบเอวต่อความสูง)
ความดันโลหิต
ประวัติโรคเบาหวานในครอบครัว
น้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (FBS) ขอรับบริการวัดน้ำตาลได้ตามโรงพยาบาลทั่วไป
สำหรับบุคคลทั่วไป ถ้ายังอายุไม่ถึง 35 ปี ให้ประเมินตนเองทุก 5 ปี และหากมีคะแนนความเสี่ยง 8 ขึ้นไป ให้ประเมินตัวเองทุก 3 ปี หลังจากอายุ 35 ปีขึ้นไป หากมีคะแนนความเสี่ยงไม่ถึง 8 ให้ประเมินตัวเองทุก 3 ปี หากใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิน 8 คะแนน ต้องประเมินตัวเองทุก 1 ปีเพื่อตัดสินใจว่าจะรับการตรวจเบาหวานหรือไม่ ถ้ามีผลการตรวจน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 100 mg/dl ต้องเข้ารับการรักษา หรือคำแนะนำปรับวิถีชีวิต และตรวจน้ำตาลต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
สรุป: ตรวจเบาหวานเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง

แม้การตรวจเบาหวานจะสำคัญ แต่ก็ไม่ควรตื่นตระหนกเกินไป บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 หรือตั้งครรภ์ ควรใช้ตารางข้างต้นสำรวจปัจจัยเสี่ยง 5 ประการของตัวเองเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจเบาหวานบ่อยแค่ไหน หลังอายุ 35 ปีแล้วควรประเมินสุขภาพตัวเองทุก 3 ปี สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูง 8 คะแนนขึ้นไป ควรตรวจน้ำตาลเป็นประจำทุกปี และเข้ารับการตรวจเบาหวานเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 100 มก./ดล.
ปัจจุบัน แพคเกจตรวจสุขภาพประจำปีมักรวมการตรวจน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารด้วยอยู่แล้ว ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมสามารถรับการตรวจน้ำตาลหลังอดอาหาร (FBS) ได้เป็นประจำ หากไม่มีความจำเป็น ก็ควรใช้สิทธิ์ของตนเองเพื่อให้รู้ข้อมูลสุขภาพอย่างเต็มที่ นอกจากนั้น หากสามารถตรวจน้ำตาลของตัวเองด้วยเครื่องตรวจน้ำตาลในบ้าน ควรตรวจหลังตื่นนอน หลังงดอาหารเป็นเวลา 8-10 ชั่วโมงเพื่อสำรวจตัวเองก่อนไปโรงพยาบาล และต้องใช้เครื่องตรวจน้ำตาลที่ได้มาตรฐาน และได้รับการรับรองจากอย. ไทยเสมอเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ



