top of page
ค้นหา

ลดความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) จังหวะด้วยโพแทสเซียม

  • Admin
  • 12 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
กราฟแสดงจังหวะการบีบตัวและคลายตัวของหัวใจ เป็นเส้นสีดำขึ้นๆ ลงๆ บนกระดาษขาว มีคนใส่ถุงมือยางสีเขียวจับปากกาตรวจดู

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) เป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่น่ากังวล มีสถิติว่า คนไทย 1000 คน จะเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบ Atrial Fibrillation 3-4 คน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ยิ่งอายุมากยิ่งเสี่ยง และทำให้เกิดโรคร้ายตามมาได้แก่สโตรก โรคหัวใจต่างๆ และหัวใจล้มเหลว


วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ คือการป้องกันไม่ให้มีอาการตั้งแต่ต้น และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคต


บทความนี้ แอดมินจะพาทุกคนมารู้จักกับเกลือ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยไม่คาดคิดกันนะคะ


โซเดียมทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)


ภาพถาดสเต๊กหรูหรา มีเฟรนช์ฟรายและเนยอยู่บนถาดเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีกองเกลือสีขาวอีกด้วย

ในวงการแพทย์ ทราบกันนานแล้วว่าเกลือแกงทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะทางอ้อม เนื่องจากโซเดียมทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้ว


ในปี 2022 มีงานวิจัยออกมาว่า โซเดียม ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยตรง โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหัวใจเต้นเร็วในห้องบน (Atrial Tachycardia - AT) และชนิดหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - AF) แบบเฉียบพลัน เนื่องจากสาเหตุดังนี้


  1. ปริมาณโซเดียมส่วนเกินทำให้เกิดความผันผวนของแคลเซียมในกล้ามเนื้อหัวใจ โดยเฉพาะปริมาณแคลเซียมระหว่างเซลในร่างแหเอนโดพลาซึม (sarcoplasmic reticulum) แคลเซียมมีประจุไฟฟ้าอ่อนๆ ส่งสัญญาณให้หัวใจบีบตัว เมื่อปริมาณแคลเซียมในหัวใจไม่ปกติ จึงทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ


  1. โซเดียมทำให้องค์ประกอบเซลกล้ามเนื้อหัวใจเปลี่ยนไป และทำให้กลไกไฟฟ้าในเซลทำงานไม่ปกติ เป็นต้นเหตุให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะในที่สุด


ผู้ที่กังวลความดันโลหิตสูง หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรหาเครื่องวัดความดันโลหิตรุ่นใหม่ๆ มาใช้ เครื่องวัดความดันโลหิตในปัจจุบันมีฟังก์ชันตรวจหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้เราสามารถรู้ตัวได้เร็ว และเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที ปัจจุบันเครื่องวัดความดันโลหิตกลุ่มนี้ราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่ายทั่วไป เพียงดูว่ามีอย. และสินค้าน่าเชื่อถือ


โพแทสเซียมช่วยหัวใจอย่างไร


ชายสูงวัยผมขาว กำลังออกกำลังกายในยิมด้วยการยกเวท ข้างๆ มีผู้หญิงผิวขาวออกกำลังกายเป็นเพื่อน

เป็นที่รู้กันดีว่าโพแทสเซียมช่วยลดความดันโลหิต การบริโภคโพแทสเซียมในปริมาณที่เหมาะสม หรือ 5000 มิลลิกรัม/วัน มีส่วนช่วยป้องกันผลร้ายต่อหัวใจจากการบริโภคโซเดียมมากเกินควรดังนี้


  1. โพแทสเซียมช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกมาทำปัสสาวะ

  2. ลดแรงตึงของพื้นผิวหลอดเลือด

  3. ลดการทำงานของฮอร์โมน Renin-Angiotensin ที่ทำหน้าที่ควบคุมแรงดันโลหิต


งานวิจัยปี 2025 ทำการทดลองโดยนำผู้มีความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ 600 คนให้ดื่มน้ำเปล่าผสมโพแทสเซียมเสริมอาหาร มาเทียบกับคนไข้ความเสี่ยงเท่ากันอีก 600 คน เปรียบเทียบจำนวนครั้งที่ต้องเข้ารับการรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นเวลาเกือบ 40 เดือน พบว่ากลุ่มผู้ได้รับโพแทสเซียมเพียงพอทุกวัน มีอัตราการเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะน้อยกว่าถึง 7%


ปัจจุบัน เริ่มมีคำแนะนำทางการแพทย์ให้ใช้บริโภคเกลือโพแทสเซียมแทนเกลือโซเดียมทั่วไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไต และใช้ยาบางชนิดไม่ควรบริโภคโพแทสเซียมมากเกินไป ปรึกษาแพทย์ก่อนปรับอาหารทุกครั้ง


ไกด์ไลน์ 2025 แนะนำใช้เกลือโพแทสเซียมทดแทนเกลือโซเดียม


จากข้อมูลที่กล่าวมา สมาคมหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) มีแนวทางปฏิบัติการป้องกันความดันโลหิตสูงของปี 2025 มีคำแนะนำข้อหนึ่งระบุให้ลดการบริโภคโซเดียมน้อยลง เพื่อลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง


แหล่งโซเดียมที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตประจำวันมาจากอาหารและเกลือ ทั้งเกลือแกง เกลือทำอาหารทั่วไป สมาคมหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้บริโภคสารให้ความเค็มทดแทนเกลือ แทนการใช้เกลือแกงทั่วไป ในคู่มือแนะนำเกลือโพแทสเซียม (Potassium-based salt) แทน เนื่องจากโพแทสเซียมสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการลดการบริโภคโซเดียม


สำหรับประชาชนไทย ส่วนใหญ่รับโซเดียมสูงเกินกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ปริมาณโซเดียมที่ควรบริโภคต่อวันไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม แต่คนไทยบริโภคโซเดียมโดยเฉลี่ยเกินกว่า 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน โซเดียมส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันมาจากการบริโภคเครื่องปรุงรสต่างๆ เช่น น้ำปลามีโซเดียมเฉลี่ย 1,350 มิลลิกรัมต่อช้อนโต๊ะ ซอสถั่วเหลืองมีโซเดียมเฉลี่ย 1,178 มิลลิกรัมต่อช้อนโต๊ะ ผู้ป่วยโรคไตไม่ควรบริโภคเกลือโพแทสเซียม


อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง


กล้วยน้ำว้าวางขายอยู่ในตลาด บางหวีสีเหลือง บางหวีสีเขียว

คนเราควรทานโพแทสเซียมให้ได้ 5000 มิลลิกรัม/วัน โพแทสเซียมเป็นสารอาหารที่หาได้ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พิจารณาปรับพฤติกรรมบริโภคของตนเอง


ผักใบเขียวหลายชนิดมีโพแทสเซียมสูง (250-350 มก./100 กรัม) เช่น หน่อไม้ฝรั่ง บร็อกโคลี ดอกกะหล่ำ แครอต ผักแขนง ผักโขม ผักบุ้ง ผักคะน้า ยอดฟักแม้ว


ผลไม้โพแทสเซียมสูง (250-350 มก./100 กรัม) เช่น กล้วยน้ำว้า 1 ผล กีวี 1 ผลเล็ก มะละกอสุก 5 ชิ้น ส้มเขียวหวาน 1 ผล


นอกจากนั้นข้าวกล้อง แป้งโฮลวีต ตับวัว ตับหมู และเนื้อปลาบางชนิดก็มีโพแทสเซียมสูงเช่นกัน


สรุป


เกลือและโซเดียม ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) คนทั่วไปสามารถลดความเสี่ยงได้ ด้วยการทานโพแทสเซียมให้ถึง 5000 มก./วัน และหันมาใช้เครื่องปรุงรสที่ทำจากเกลือโพแทสเซียมแทน โดยผู้ป่วยโรคไตต้องระวังการรับประทานโพแทสเซียม นอกจากนั้น ทุกคนควรวัดความดันโลหิตเป็นประจำ ด้วยเครื่องวัดความดันโลหิตรุ่นใหม่และคุณภาพดี มีฟังก์ชันตรวจหาหัวใจเต้นผิดจังหวะเบื้องต้น


rossmax Z5 เครื่องวัดความดันโลหิตสีเทา สามารถวัดหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบ Afib กับ Premature contraction ได้

 
 

ส่งสินค้าซ่อม และรับบริการหลังการขายได้ที่

ไปรษณีย์ไทย ภาษีเจริญ 204 (บ. เซอร์ไคล์ฟ จก.)

1419 ถ.กาญจนาภิเษก แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. 10160

เวลาทำการ: จันทร์ - ศุกร์ 8.00 - 18.00 น. เสาร์ 9.00 - 17.00 น.

โทร. 02-804-1000 หรือ 084-388-0844

บริษัท เซอร์ไคล์ฟ จำกัด

63 ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170

เวลาทำการ: จันทร์ - ศุกร์ 8.00 - 18.00 น. เสาร์ 9.00 - 17.00 น.

โทร. 02-804-1000 นอกเวลาทำการ โทร. 084-456-8844

ชมตัวอย่างสินค้า และรับบริการหลังการขายได้ที่ร้านขายยาชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

  • Facebook
  • line@ Circlife Medical
  • Instagram Circlife Medical
  • TikTok Circlife Medical
เซอร์ไคล์ฟได้รับมาตรฐาน ISO9001:2015

Circlife Co. Ltd. Provider of Healthcare and Medical Equipment in Thailand

©2026 by Circlife Co. Ltd. 

bottom of page