รู้จักกับ rossmax PARR เทคโนโลยีตรวจจับหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)
- Admin
- 3 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

ปัจจุบันคนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาที่ทำให้เราสามารถตรวจความดันโลหิตได้ตลอดเวลา อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะจึงกลายเป็นหัวข้อที่คนรักสุขภาพพูดคุยกันเสมอ ในบทความนี้แอดมินจะมานำเสนอข้อมูลให้ทุกคนค่ะ อะไรคือหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) และมีวิธีตรวจหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยตนเองอย่างไร การเลือกใช้อุปกรณ์การแพทย์อย่าง เครื่องวัดความดันโลหิตที่มีฟังก์ชั่นตรวจหัวใจเต้นผิดจังหวะยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจคัดกรอง
อะไรคือหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) และแบ่งเป็นกี่ประเภท

หัวใจคนเราเต้นด้วยความถี่ 60-100 ครั้งต่อนาที หากหัวใจผู้ป่วยเต้นเป็นจำนวนครั้งมากเกินไปหรือน้อยเกินไปสามารถจัดเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อยมีดังนี้
ทาคีคาร์เดีย (Tachycardia - TACH) คือกลุ่มอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เกิน 100 ครั้ง/นาที
บราดีคาร์เดีย (Bradycardia - BRAD) คือกลุ่มอาการหัวใจเต้นช้าผิดปกติ ต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที
ภาวะหัวใจบีบตัวกำหนด (Premature Contraction - PC) ภาวะหัวใจบีบตัวก่อนกำหนด ยังแบ่งเป็นอาการเกิดในหัวใจห้องบน (Premature Atrial Contraction) กับหัวใจห้องล่าง (Premature Ventricular Contraction) อีกด้วย เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อย และทำให้มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอื่นๆ ตามมาอีกด้วย
ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ หัวใจห้องบนเต้นระริก (Atrial Fibrillation – AF) เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อยที่สุด มีรายงานว่าคนไทยเป็น AF 0.36% หรือคิดคร่าวๆ ได้ว่า จากประชากรไทยปี 2569 65.8 ล้านคน อาจเป็น AF ได้ประมาณ 2 ล้าน 5 แสนคนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ทำให้หัวใจห้องบนเต้นเร็วกว่า 400 ครั้ง/นาทีเป็นครั้งคราว การทำงานระหว่างหัวใจห้องบนกับห้องล่างไม่สอดคล้องกัน เลือดไม่ไหลเข้าหัวใจห้องล่างเต็มที่ และส่งผลกระทบต่อมาให้อวัยวะต่างๆ เช่นปอด ในร่างกายไม่ได้เลือดเท่าที่ควร เลือดที่ตกข้างในหัวใจห้องบนซ้าย (Left Atrium) สามารถกลายเป็นลิ่มเลือด ถ้าลิ่มเลือดนี้หลุดเข้าเส้นเลือด ก็อาจเกิดอาการลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้ผู้ป่วยเป็นสโตรก หรืออัมพาตได้ในที่สุด
ทำไมต้องรีบตรวจหัวใจเต้นผิดจังหวะ

คนอายุน้อยมักมองว่าโรคต่างๆ เกี่ยวกับหัวใจนั้นเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้ว ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นได้กับทุกคน การรู้เท่าทันร่างกายตัวเอง และตระหนักว่าตัวเองมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจึงสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน โรคแทรกซ้อนจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้แก่ เหงื่อออกง่าย เหนื่อยง่าย หน้ามืดบ่อย แน่นหน้าอก หมดสติ ไปจนถึงหัวใจล้มเหลวในกรณีที่ร้ายแรง
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายแรง หากหาสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ เราอาจได้ข้อมูลของร่างกายเราว่ามีโรคร้ายอื่นๆ แฝงตัวอยู่หรือไม่ เช่นโรคหัวใจต่างๆ สโตรก โรคในต่อมไทรอยด์ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การตรวจคัดกรองหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเครื่องวัดความดันที่น่าเชื่อถือและมีฟังก์ชั่นตรวจหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเหล่านี้
PARR (Pulse-Arrhythmia Technology) ของ rossmax
PARR เป็นวิธีการตรวจอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นสิทธิบัตรของ rossmax เท่านั้น ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถตรวจคัดกรองหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยตนเอง
PARR ทำงานโดยการวัดความดันด้วยวิธีที่เรียกว่า Oscillometric Method เป็นวิธีวัดความดันโลหิตโดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงเพิ่มแรงดัน (inflation) กับช่วงลดแรงดัน (deflation) เมื่อเริ่มต้นทำการวัด ผู้ทำการวัดพันผ้าพันต้นแขนเข้ากับตัวเอง จากนั้นอุปกรณ์จะเพิ่มความดันบริเวณต้นแขนทำให้เส้นเลือดตีบลงจนเลือดไม่สามารถไหลผ่านได้ชั่วขณะ จากนั้นจึงค่อยๆ ลดความดันในผ้าพันต้นแขนช้าๆ เครื่องวัดความดันโลหิตทำการวัดความเปลี่ยนแปลงของแรงดันในหลอดเลือดเปรียบเทียบกับแรงดันในผ้าพันต้นแขน
หากผู้ทำการวัดความดันมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดใดชนิดหนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงของแรงดันจะผิดปกติ และทำให้เครื่องวัดความดันด้วยวิธี Oscillometric แบบดั้งเดิมไม่สามารถวัดค่าได้ เครื่องวัดความดันที่มี PARR ของ rossmax ใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงที่ไม่สม่ำเสมอตรงนี้ นำมาคำนวณด้วยระบบ AI ทำให้เครื่องวัดความดันโลหิตของ rossmax สามารถตรวจจับอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดต่อไปนี้ได้
ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - Afib)
ภาวะหัวใจเต้นบีบตัวกำหนด (Premature Contraction - PC)
บราดีคาร์เดีย (Bradycardia - BRAD)
ทาคีคาร์เดีย (Tachycardia - TACH)
อาการบราดีคาร์เดีย และทาคีคาร์เดีย เครื่องวัดความดันโลหิต rossmax สามารถตรวจได้เพียงบางรุ่นเท่านั้น
PARR น่าเชื่อถือแค่ไหน
PARR ของ rossmax มีความแม่นยำดังนี้

เห็นได้ว่า PARR สามารถตรวจพบอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะได้แม่นยำกว่า 95% และสามารถจำแนกอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะประเภทต่างๆ ได้ระหว่าง 75% - 95% โดยเฉพาะ AFib ซึ่งเป็นอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบได้บ่อยที่สุด ตรวจได้สูงถึง 75%
ผู้ใช้งานควรเลือกใช้เครื่องวัดความดันโลหิตในการตรวจสุขภาพของตนเองขั้น pre-clinical และตระหนักเสมอว่าการใช้เครื่องวัดความดันโลหิตไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากเครื่องวัดความดันโลหิตเตือนหลายครั้งว่ามภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ในโรงพยาบาลต่อไป
ประสิทธิภาพของ PARR เมื่อเทียบกับ Smart Watch และทำไมเราไม่ควรเชื่อผลลัพธ์จากสมาร์ทวอชต์เพียงอย่างเดียว

Smart Watch อย่างเช่น Apple Watch หรือ Whoop มีความสามารถในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจดีที่เดียว ปัจจุบันมีการใส่อุปกรณ์ตรวจจับคลื่นไฟฟ้าหัวใจไว้ในนาฬิกา (wearable ECGs) หรือติดตั้งอุปกรณ์วัดความดันด้วยแสง (Photoplethysmography - PPG) ให้สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่รักสุขภาพตรวจความดันโลหิตและคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอดเวลา
Smart Watch มีข้อจำกัดในการใช้งานดังนี้
ตรวจสอบหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ได้เพียงประเภทเดียว คือหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AF/AFib)
คุณภาพของนาฬิกา มีผลต่อความแม่นยำ
การตรวจจับความดันโลหิตตลอดเวลามีข้อเสีย ทำให้ตรวจจับความดันช่วงเดิน ช่วงวิ่ง นั่งท่าที่ไม่เหมาะสม และทำให้เกิดการบันทึกข้อมูลผิดพลาด
ผู้ใช้งานนาฬิกาอาจเกิดความวิตกกังวลเนื่องจากมีการตรวจความดันโลหิตตลอดเวลา ทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน
ความแม่นยำของ Smart Watch อาจต่ำถึง 70%
และพบว่า Smart Watch ตรวจ AFib ได้ไม่ดี เมื่อชีพจร (heart rate) สูงเกิน 120 ครั้ง/นาที หรือผู้ที่มีความดันโลหิตไม่สม่ำเสมอตลอดวันอยู่แล้ว
ทั้งนี้ Smart Watch ยังมีข้อดี และแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ในกรณีนี้
Smart Watch สามารถตรวจจับ AFib ในกรณีที่มีอาการไม่สม่ำเสมอได้
ผู้ป่วยหรือแพทย์ต้องการตรวจปฏิกิริยาของร่างกายหลังรับการรักษาหรือยา
มีอาการอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับการเต้นของหัวใจ
ดังนั้น หากผู้ใช้ smart watch ไม่ได้เป็นผู้มีความเสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือมีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตใดๆ ก็สามารถตรวจสอบความดันและการเต้นของหัวใจตนเองด้วย smart watch ได้ตามปกติ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้เคยมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะประเภทอื่นๆ ควรเลือกใช้เครื่องวัดความดันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจะดีกว่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คลาดเคลื่อนน้อยที่สุด
สรุป

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกิดขึ้นได้กับทุกวัยและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หน้ามืด แน่นหน้าอก หัวใจล้มเหลว หรือสโตรก การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความเสี่ยงด้านหัวใจ หรือผู้ที่ต้องการติดตามสุขภาพตนเองที่บ้าน
เครื่องวัดความดันโลหิตที่มีเทคโนโลยี PARR ของ rossmax จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้วัดเพียงค่าความดันโลหิต แต่ยังช่วยตรวจจับสัญญาณหัวใจเต้นผิดจังหวะได้หลายประเภท ได้แก่ AFib, Bradycardia, Tachycardia และ Premature Contraction ทำให้ผู้ใช้งานสามารถคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นได้สะดวกที่บ้าน
อย่างไรก็ตาม ผลจากเครื่องวัดความดันควรใช้เพื่อการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากเครื่องแจ้งเตือนความผิดปกติซ้ำหลายครั้ง ควรเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือปรึกษาแพทย์เพื่อยืนยันผลต่อไป




